FIRST CUP COFFEE

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการเปิดแฟรนไชส์ ร้านกาแฟ First Cup Coffee


เครื่องชงกาแฟ ที่อยู่ในชุดของแฟรนไชส์ หรือ ซื้อแยก แบบไหนดีกว่ากัน

เครื่องชงในแบบชุด Franchise และ ซื้อเครื่องแยกจากชุด Franchise ในเรื่องของคุณภาพนั้นไม่แตกต่างกัน โดยในชุด Franchise นั้น ทางบริษัท วีพีพีฯ ได้จัด Set เป็นเครื่องเหมาะสำหรับการเริ่มต้นการเปิดร้านกาแฟ

  • Small Set : เครื่องชงกาแฟ Lelit รุ่น PLO42QE ที่มีเครื่องบดในตัว รองรับกาแฟได้ 50-70 แก้ว/วัน
  • Big Set : เครื่องชง Compact CKXE พร้อม เครื่องบด Molina รองรับกาแฟได้ 100-150 แก้ว/วัน

ความแตกต่าง คือ Big Set ชงกาแฟได้เร็วกว่า ให้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นกว่า และรองรับจำนวนกาแฟที่ชงได้มากกว่า ถ้าคุณลูกค้าที่สนใจในชุดแฟรนไชส์ แต่ต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในชุด Franchise สามารถปรับตามรุ่นที่ต้องการได้ โดยในการสื่อสารถึงลูกค้าในชุด Franchise นั้น จะใช้เป็นแบรนด์ First Cup Coffee By D´Oro

ส่วนในกรณี ซื้อเครื่องชงกาแฟแยกจากชุด Franchise ทางลูกค้าสามารถเลือกซื้อรุ่นตามความต้องการของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถใช้แบรนด์ของตัวลูกค้าเองได้ พร้อมทั้งการซื้อวัตถุดิบกาแฟอย่างครบวงจรกับทางบริษัท วีพีพีฯ


นอกจากเครื่องชงแล้ว การเปิดร้านกาแฟจำต้องมีอุปกรณ์อะไรอีกบ้าง

ในส่วนของอุปกรณ์เพิ่มเติม ในกรณีซื้อชุดแฟรนไชส์ ภายในชุดแฟรนไชส์ จะมีอุปกรณ์เสริมมาให้พร้อมขาย จึงง่ายและสะดวกสำหรับคุณ โดยอาจจะต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มบางรายการ เช่น ตู้เย็น ตู้แช่เค้ก เครื่องปั่น ฯลฯ

ส่วน ซื้อเครื่องแยกจากชุด Franchise นั้น ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม นอกจากเครื่องชงกาแฟแล้ว อาจจะซื้อเครื่องบด รวมถึง แก้วกาแฟ แก้วตวง ช้อนชงกาแฟ เป็นต้น โดยทางคุณลูกค้าต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม และความต้องการของทางคุณลูกค้าเอง รวมถึง ตู้เย็น ตู้แช่เค้ก ด้วย


หากเปิดร้านดูแลคนเดียวไม่ได้จ้างลูกน้องควรเป็นร้านขนาดไหน

ในกรณีที่ร้านเปิดร้านคนเดียวนั้น เหมาะสำหรับร้านในรูปแบบ Kiosk (เคาน์เตอร์ขนาดเล็ก) ร้านกาแฟที่ขนาดไม่เกิน 4 x 4 เมตร เพื่อง่ายต่อการดูแลลูกค้า และการทำความสะอาด โดยสามารถเลือกแฟรนไชส์ชุดไหนก็ได้


Image ร้านค้าของทาง First Cup Coffee มีลักษณะอย่างไร

เรื่อง Image ของ First Cup Coffee ประกอบด้วยร้าน 3 รูปแบบ

  1. รูปแบบ Kiosk ที่เป็นร้านขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพื้นที่ไม่เกิน 3 x 2 เมตร เคลื่อนย้ายสะดวก มูลค่า 30,000 บาท / Kiosk [ ตัวอย่าง ]
  2. รูปแบบ Counter เป็นร้านขนาดกลาง โดยเป็นพื้นที่ร้านที่มีโครงสร้างอยู่แล้ว แล้วทางร้านตกแต่งลงไปในพื้นที่ดังกล่าว เหมาะสำหรับพื้นที่ไม่เกิน 5 x 3 เมตร (แล้วแต่ความเหมาะสม) เช่น เช่าพื้นที่ในโรงพยาบาล แล้วโรงพยาบาล บอกว่ามีพื้นที่ให้เช่าขนาด 5 x 2 เมตร เป็น Counter ขายกาแฟ มูลค่า 100,000 - 500,000 บาท/Counter (ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า) [ ตัวอย่าง ]
  3. รูปแบบ Coffee Shop เป็นร้านขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ พื้นที่ตั้งแต่ 4 x 4 เมตรขึ้นไป แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า แนะนำว่าในกรณีนี้ ในการทำสัญญาเช่าพื้นที่ ต้องเป็นสัญญาระยะยาวอย่างน้อย 3 ปี เพราะจะได้คุ้มค่ากับการตกแต่งร้าน มูลค่า 300,000 - 700,000 บาท/Shop (ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า) [ ตัวอย่าง ]

ในแบบ Kiosk ทางบริษัทฯ ดำเนินการผลิตให้ได้ ส่วนในแบบ Counter & Coffee Shop ทางลูกค้าต้องดำเนินการตกแต่งร้านเอง ในกรณีลูกค้ามีช่างรับเหมาประจำอยู่แล้ว สามารถดำเนินการได้ และส่งแบบมาให้ทาง VPP พิจารณาแบบ ในกรณีลูกค้าไม่มีช่างรับเหมา ทาง VPP จะช่วยประสานกับทางผู้รับเหมา แล้วทางลูกค้าต่อรองราคาเอง


เอกสารที่ใช้สำหรับการเซ็นสัญญา

กรณีเซ็นสัญญาในบุคคลธรรมดา

  • - สำเนาบัตรประชาชนของผู้ทำสัญญา พร้อมเซ็นรับรองเอกสาร

กรณีเซ็นสัญญาในนิติบุคคล

  • - สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการบริษัท พร้อมเซ็นรับรองเอกสาร
  • - สำเนาหนังสือรับรองบริษัทฯ พร้อมเซ็นรับรองเอกสาร
  • - สำเนา ภพ.20 พร้อมเซ็นรับรองเอกสาร

ทั้ง 2 กรณีต้องส่งแผนที่ และที่อยู่ ที่ชัดเจนในการส่งสินค้าด้วย โดยส่งรายละเอียดมาที่ E-mail: somyod@vppcoffee.com หรือ Fax: 02-876-0350 Attn: นายสมยศ


การชำระเงิน

ลูกค้าที่เซ็นสัญญา ชำระเงิน 100% ในวันเซ็นสัญญาในรูปแบบของเงินสด หรือเช็คเงินสด


การฝึกอบรม

ทางลูกค้าสามารถแจ้งวันที่ Training ที่ทางลูกค้าสะดวก สามารถเป็นวันเดียวกับวันเซ็นสัญญาได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่าน้อย 5 วันทำการ เวลาที่ Training เป็นจำนวน 1 วัน โดยจำกัดพนักงานที่เข้าร่วมการ Training ไม่เกิน 5 ท่าน/Franchise